พี่ ณัฐวุติ ประธานชมรมปลาทอง รันชู แห่งประเทศไทย
คำถามทั่วไปเกี่ยวกับการเลี้ยงปลา ranchu และปลาทองสายพันธุ์อื่น
ถาม : ประวัติส่วนตัวของเจ้าของฟาร์ม
ตอบ : เริ่มเลี้ยงมา 10 กว่าปีแล้วตั้งแต่สมัยที่ปลารันชูเข้ามาประเทศไทยใหม่ๆนะ
ถาม : ปลาในอุดมคติของแต่ละท่านเป็นแบบไหนครับ
ตอบ : ก็มีปลาที่อยู่ในอุดมคติว่าในการเลี้ยงเราเลี้ยงเพื่อความสวยงามและเราก็ไม่ได้เลี้ยงเยอะมากปลาที่เราเลี้ยงเราก็จะพยายามคัดเลือก
ให้อยู่ในมาตฐานของปลารันชูนะครับ
ถาม : การขึ้นน้ำปลา (เอาปลาเข้าบ้านวันแรก)
ตอบ : โดยการขึ้นน้ำปลาเป็นเรื่องที่สำคัญในการเลี้ยง ก็คือว่าปลาในแต่ละที่มันจะมีโรคที่แตกต่างกันในแต่ละบ้าน และเมื่อมีการนำปลาเข้ามาจะต้องมีการกักโรคก่อน โดยการนำปลาเข้ามา ตอนที่ขึ้นน้ำ ก็ต้องมีการเตรียมบ่อให้เรียบร้อย และต้องมีการเตรียมน้ำใหม่พอนำปลาเข้ามาก็จะมีการปรับอณุหภูมิน้ำก่อน หลังจากนั้นเราก็จะนำน้ำที่เราจะเลี้ยงกับน้ำที่อยู่ในถุงค่อยๆ ผสมกัน โดยการผสม ก็อาจจะน้ำถุงที่มีปลาอยู่ตักน้ำที่อยู่ในบ่อเข้าไปทีละนิด แล้วก็ทิ้งเอาไว้สักระยหนึ่ง และก็ทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง เพื่อให้ปลาปรับอุณหภูมิและปรับสภาพได้ก่อน จึงค่อยปล่อยปลาออกจากถุง ในการปล่อยปลา ในบ่ออาจจะมีการใส่ยากันไว้บ้าง ซึ่งโดยปกติ ผมจะใส่เกลือ 0.5% และยาก็อาจจะเป็นยาป้องกันทั่วๆไป อย่างผมก็จะใส่ยาเหลือง คือดูจะสภาพของปลาด้วย คือถ้าปลามีอาการแข็งแรงดีคงไม่ต้องให้ยาอะไรมาก
ถาม : โรคปลาทอง
ตอบ : เรื่องโรคปลา ก็จะมีโรคหลักๆ ที่พบกันบ่อยอยู่ไม่มากนัก เรื่องแรกก็จะเป็นกรณีของการตกเลือด ซึ่งการตกเลือดก็คงเกิดจาก น้ำที่เราเลี้ยงสกปรกเพราะฉะนั้นถ้ามีการตกเลือดก็คงต้องมีการเปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วก็ใส่เกลือ 0.5% แล้วก็ยาเหลือง โรคที่ 2 ที่พบบ่อยก็คือเรื่องของโรคเหงือกโรคเหงือกก็อาจจะเกิดขึ้นจากกรณีที่บางครั้งที่เราให้อาหารมากเกินไปโรคเหงือกก็อาจจะสังเกตุได้ง่ายคือ เหงือกเปิดข้างเดียว อีกข้างหนึ่งก็ปิด และปลาก็จะซึมไม่ทานอาหาร เพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นอาการแบบนี้เราก็คงต้องหยุดให้อาหาร
แล้วก็เปลี่ยนน้ำใหม่ แล้วเราก็ใส่เกลือเป็นหลัก นะครับ ใช้เกลือ0.5% แล้วก็ใช้ยา ตอนนี้ที่ใช้อยู่พวก พาราซาน ดี นะครับ ซึ่งเป็นยาของญี่ปุ่น ซึ่งก็ได้ผล และก็มียาเขียว อดอาหารทิ้งไว้สักประมาณ 1 อาทิตย์นะอันนี้ก็จะดีขึ้น ส่วนโรคอื่นๆ ส่วนมากก็จะไม่ได้พบมากนัก อันนี้ก็จะเป็น 2 โรคหลักๆ ที่ผมเจอ
ถาม : เทคนิคการให้อาหารปลา
ตอบ : รันชูเป็นปลาที่ พิเศษตรงที่ว่ามันสามารถจะสวยขึ้นหรือว่าไม่สวยขึ้น ก็จะขึ้นอยู่ที่การเลี้ยงเพราะฉะนั้นอาหารก็เป็น
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ปลาดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นประการแรกคือเรื่องของปริมาณการให้อาหาร คือถ้าเราให้อาหารน้อยเกินไป รันชูมันก็จะไม่สมบูรณ์ เพราะว่าการเลี้ยงรันชูลักษณะที่ดีของมันจะต้องค่อนข้างจะล่ำ และบึกบรึน อ้วนท้วน เหมือนที่เราเรียกว่าคล้ายๆ กับ ซูโม่เพราะฉะนั้นเขา
ต้องกินค่อนข้างที่จะเยอะหน่อย ปริมาณอาหารค่อนข้างที่จะพอสมควรซึ่งโดยปกติแล้วจะให้อาหารประมาณ 3-5 มื้อนะครับ
ถาม : การดูแลปลาไม่ให้ปลาป่วย + วิธีสังเกตุปลาป่วย
ตอบ : ส่วนเรื่องการดูแลเพื่อไม่ให้ปลาป่วย ก็คงต้องอยู่ที่การสังเกตุของเรา คือทุกเช้าก่อนที่เราจะให้อาหารปลา ก็ควรจะมีการสังเกต
ุอาการปลาทุกครั้งปกติปลาที่แข็งแรงดี พอเวลาเราจะให้อาหารมันก็จะว่ายมาหา แต่ถ้าปลาที่ป่วย มันก็จะอยู่ตามมุมของบ่อ เราก็จะสังเกตุได้ว่าอาการเขาผิดไปเราก็ต้องคอยสังเกตุดูนะ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันและเป็นวิธีที่ดีที่สุด ก็คือในเรื่องของ การให้อาหารโดยที่เราจะต้องไม่ให้มากจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไป หรือแม้กระทั่งการดูอุณหภูมิของน้ำ ในช่วงอากาศร้อน กับช่วงอากาศเย็น ก็อาจจะให้อาหารที่ต่างกันไป และก็ดูสภาพน้ำ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อไม่ให้ปลามันป่วย
ถาม : อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาทอง + การให้อาหารปลาทอง
ตอบ : อาหารที่ให้ก็จะมีคละกันไป เพื่อให้ปลาได้สารอาหารที่หลากหลาย แต่ว่าเราก็คงต้องรู้ว่าอาหารที่ให้มันมีคุณสมบัติอย่างไร อย่างเช่น
อาหารสด มันจะดีในแง่ของปลาจะเจริญเติบโตเร็ว และในเรื่องของวุ้นของปลา และหน้าของปลาจะดี แต่ถ้าเป็นอาหารเม็ดมันจะช่วยเสริมใน
เรื่องของ ลำตัวเพื่อให้ลำตัวมีความหนา และใหญ่ หรือว่าพวกอาหารเสริมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ ผำ มั่ง ซึ่งเป็นอาหารพวกผักอะไร
ประมาณนี้ จะทำให้เน้นในเรื่องของ สีสรรค และเรื่องของการระบายท้องต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้คุณสมบัติของอาหารในแต่ละชนิดแล้ว เวลาเราให้เราก็จะสามารถดูได้ว่า ตอนนี้ปลาเราต้องการอะไร ถ้าต้องการเร่งหน้าช่วงนี้เราก็ควรให้อาหารสดเยอะหน่อย แต่ถ้าต้องการเร่งให้
ปลาอ้วนขึ้นหรือล่ำขึ้นช่วงนี้ก็ควรให้อาหารเม็ดตอนนี้อาหารสดที่ผมให้อยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่ผมให้หนอนแดงแช่แข็งเพราะว่าค่อนข้างดูแล
ง่ายหน่อยคือเราไม่ต้องไปหาซื้อบ่อย ส่วนอาหารเม็ดนั้นก็หลากหลายยี่ห้อนะครับ ก็จะมีทั้งอาหารที่นำมาจากญี่ปุ่น และอาหารที่อยู่ใน
ประเทศไทยเราเองก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน
ถาม : เรื่องของบ่อปลาทอง + ระดับน้ำ
ตอบ : เรื่องของบ่อที่เลี้ยงปลาทองขนาดของบ่อก็มีส่วนสำคัญในการเลี้ยง เพราะว่า รันชูถ้าเราจะเลี้ยงให้เขาเจริญเติบโตดี ขนาดของบ่อกับ
จำนวนปลาที่เลี้ยงต้องเหมาะสมกัน คือถ้าเราเลี้ยงหนาแน่นไป ปลาก็ค่อนข้างจะมีปัญหาในการเติบโต เพราะว่าเวลาเราเลี้ยงแน่นไป รันชูอย่างที่บอกต้องให้อาหารเยอะ เพราะฉะนั้นเมื่อให้อาหารเยอะแล้วปลาแน่น มันก็จะทำให้น้ำเสียเร็วเพราะฉะนั้นโอกาส
ที่จะเจ็บป่วยก็จะมีสูง ถ้าเราคิดง่ายๆว่าปริมาณน้ำถ้าเราเลี้ยงปลา tosai คือปลาขนาดกลางๆ เฉลี่ยแล้ว น้ำ 100 ลิตรก็ต่อปลา1ตัว ปลาก็จะอยู่สบายๆ ถ้าเรามีบ่อน้ำจุได้ประมาณ 300 ลิตรเราก็จะเลี้ยง tosai ประมาณ 3 ตัว ถ้าเป็นปลาเล็กกว่านั้น เช่น small tosai ก็อาจจะเป็น 4 ตัว หรือถ้าเป็น nisai หรือ oya อาจจะ 2 ตัว เราก็กะเอาโดยประมาณนะครับ ซึ่งขนาดบ่อที่บ้านที่เลี้ยงอยู่ก็ค่อนข้างกว้าง ก็จะมีตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป จนถึง 2 เมตร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ปลาอยู่สบายความลึกของระดับน้ำก็ขึ้นอยู่กับขนาดของปลาถ้าปลาเล็กก็อาจจะต่ำหน่อย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ปลาระดับ tosai ขึ้นไปก็จะเลี้ยงอยู่ประมาณ 20-25 ซม.
ถาม : แนะนำวิธีการเลี้ยงสำหรับมือใหม่ที่จะเลี้ยงปลาทอง
ตอบ : สำหรับมือใหม่ที่จะเลี้ยงปลา ประการแรกก่อนเลยก็คือคงต้องหาข้อมูลก่อน เพราะว่ารันชู ถ้าจะว่าไปเป็นปลาที่แข็งแรงก็แข็งแรง ถ้าจะว่าไปเป็นปลาที่อ่อนแอก็อ่อนแอ ขึ้นอยู่กับว่าเราเลี้ยงดูแลเป็นหรือไม่ หลายคนมือใหม่ๆ ซื้อมา ทำไมตายบ่อย แต่ถ้าคนที่เลี้ยงเป็นแล้ว เลี้ยงเท่าไรก็ไม่เห็นตายไม่ค่อยเจ็บป่วย เพราะฉะนั้นสิ่งแรกเราก็ต้องหาข้อมูล ในการเลี้ยง โดยเฉพาะในการเลือกลักษณะปลาคือถ้าเรา
จะเลี้ยงรันชู เนื่องจากว่า รันชู มันมีการกลายพันธุ์หรือว่านำมาผสมได้หลากหลาย อย่างบ้านเราก็จะมีทั้ง สิงห์ญี่ปุ่นก็มี เป็นรันชูก็มี เพราะฉะนั้นลักษณะมันใกล้เคียงกันเพราะฉะนั้นเราก็คงต้องศึกษาว่ารันชูจริงๆ ลักษณะมันเป็นอย่างไรเป็นปลาที่ดู top view เป็นหลัก เพราะฉะนั้นรวมไปถึงการขึ้นน้ำ การนำปลาเข้าบ้านซึ่งบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าต้องทำอย่างไรและอย่าเพิ่งนำปลาใหม่ไปรวมกันปลาเก่า ก็ต้องมีการกักโรคไว้ก่อน อย่างน้อยก็ประมาณ 2 อาทิตย์นะครับที่จะกักโรค แล้วหลังจากที่เรากักโรคแล้วปลาเริ่มปรับสภาพได้แล้ว ระยะแรกเราก็คงต้องประคอง เลี้ยงให้เขาปรับสภาพได้ ก็อย่างที่มีคำกล่าวไว้ว่า ระยะแรกๆ เลี้ยงให้รอดก่อน แล้วหลังจาก
นั้นก็เริ่มค่อยเลี้ยงให้สวย และหลังจากเลี้ยงให้สวยแล้ว ก็เริ่มเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์มันก็จะเป็น step ไปเพราะฉะนั้นการหาข้อมูลจะ
เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งผมเชื่อว่ามือใหม่ต่างๆเหล่านี้ คงจะหาข้อมูลจากคนที่เขาเคยเลี้ยงมาก่อน ผมเชื่อว่าคนที่เป็นมือเก่า
เขาคงช่วยแนะนำวิธีการเลี้ยงได้อย่างแน่นอนแต่เราต้องกล้าเข้าไปถาม หรือตามหนังสือ หรือเว็บไซต์ต่างๆ
ถาม : การเลือกซื้อปลาทอง + ข้อเสนอแนะในการเลือกซื้อปลาทอง
ตอบ : การเลือกซื้อปลาก็คืออย่างที่ผมบอกเราต้องศึกษาให้ชัดว่า เราจะเลือกซื้อปลารันชูที่เป็นลักษณะอย่างไร นอกจากลักษณะ
ที่ถูกต้องแล้ว ก็ต้องลักษณะที่เราชอบด้วย และความชอบก็เป็นส่วนสำคัญในการเลี้ยงเหมือนกัน เพราะบางครั้งเราได้ปลาที่ดีมาแต่ตัวนั้นเราไม่ชอบบางทีเราเลี้ยงๆไป เราก็อาจจะ ดูแลไม่ได้ดีเพราะเราไม่ชอบมัน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการเลือกซื้อปลาต้องเลี้ยงปลาที่ชอบจริงๆ ขณะที่เราชอบแล้วลักษณะปลาก็ต้อง
ตรงตามมาตรฐานด้วยและที่สำคัญการเลือกซื้อปลาต้องดูด้วยว่าปลาที่จะซื้อนั้นมีอาการเจ็บป่วยอยู่หรือเปล่าถ้าดูแล้ว ปลาซึม อยู่ก็ควรยังไม่ต้องซื้ออย่าใจร้อนในการเลือกซื้อปลาเพราะถ้าซื้อ
ปลาป่วยมาแล้วเราเป็นมือใหม่ด้วยก็อาจจะยังไม่รู้วิธีการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจจะให้ปลาตายได้ แต่ถ้าเราเห็นปลาดีจริงๆ อาจจะมีอาการซึมบางอะไรบ้างถ้าเรามั่นใจตัวเองว่าเราสามารถนำมารักษาต่อได้และอันนั้นก็เป็นอีก step หนึ่ง เหตุผลที่พูดตรงนี้เพราะว่าบางทีปลาสวยมันมีไม่มากนักคนก็แย่งกันซื้อ แล้วถ้าเราซื้อไปมันก็มีความเสี่ยงมันก็จะไม่คุ้มกัน
ถาม : การเปลี่ยนถ่ายน้ำปลา
ตอบ : อันนี้ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำเป็นหลัก คือสภาพน้ำโดยปกติแล้วถ้าเราเลี้ยงในปริมาณไม่หนาแน่นมากอย่างที่บอกไป 4-5วัน ถ่ายน้ำที ก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าเราเลี้ยงปลาค่อนข้างแน่นและเราให้อาหารเยอะอันนี้เราก็ต้องเปลี่ยนน้ำเร็วขึ้นหรือแม้แต่อากาศที่ไม่เหมือนกัน จะสังเกตุได้ว่าช่วงอากาศร้อนน้ำจะเสียเร็วช่วงอากาศเย็นน้ำจะเสียมากหน่อย เพราะฉะนั้นการสังเกตุสภาพน้ำนั้นเป็นเรื่อง
สำคัญที่เราจะต้องดู ซึ่งบางครั้งก็คงไม่มีสูตรตายตัวที่จะบอกว่าต้องกี่วันเปลี่ยนน้ำที แต่ในส่วนที่ผมเลี้ยงเองผมจะใช้วิธีที่ว่า เราจะเปลี่ยน
ทีคือเราจะเปลี่ยนทั้งหมดเลยคือจะไม่มีการว่า ดูดขี้ปลาออกครึ่งหนึ่งแล้วเติมน้ำ คือจะไม่ใช่ เราจะใช้วิธีว่าถ้าสภาพน้ำไม่ดี เราก็เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
ถาม : การให้อาหารสด ควรทำอย่างไร
ตอบ : การให้อาหารสดก็คงต้อง ฆ่าเชื่อโรคก่อน สิ่งที่ผมใช้คือเรื่องของการแช่แข็ง หลังจากทำความสะอาดแล้วก็แช่ในช่องทำน้ำแข็ง เพราะฉะนั้นการแช่แข็งอย่างน้อยสุดก็สามารถฆ่าเชื่อโรคได้บ้างในระดับหนึ่ง หรืออาจจะแช่ด่างทับทิมประมาณ 30 นาทีก่อน แล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วจึงค่อยให้ปลากิน
ถาม : การพักน้ำ และการกำจัดคลอรีน
ตอบ : การพักน้ำ และการกำจัดคลอรีนในการเลี้ยงปลานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก จะว่าไปมันเป็นเคล็ดลับในการเลี้ยงรันชูเลย เราต้องเตรียมน้ำไว้สำหรับการถ่ายน้ำ หลายครั้งที่มือใหม่พอถ่ายน้ำเสร็จแล้วก็เปิดน้ำจากก๊อกใส่ลงไปเลย บางทีมันมีทั้งคลอรีนก็ดี บางทีอุณหภูมิน้ำที่ต่างกัน เพราะฉะนั้น การเลี้ยงรันชูนั้น ทั้งเราก็ดีและญี่ปุ่นเอง เขาจะมีการกักน้ำเพื่อเอาไว้ถ่ายน้ำโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นถ้าเรากักน้ำเอาไว้จะเป็นการลดคลอรีนแล้ว อุณภูมิน้ำที่นำมาถ่ายก็จะใกล้เคลียงกันปลาก็ไม่ต้องปรับสภาพน้ำมาก เพราะฉะนั้นถ้าเรามีอ่างพักน้ำหรือถังพักน้ำจะเป็นเรื่องที่ดีมาก
ถาม : เรื่องแสงแดด ในแต่ละวัน ที่จะให้โดนบ่อปลาทอง
ตอบ : เรื่องแสงแดด ก็คงต้องให้โดนแสงแดดบ้างก็จะเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เพราะอย่างน้อยในแสงแดดมันก็มีวิตามินอะไรบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงไม่ใช่ตากแดดทั้งวันเพราะว่ามันจะไปเกี่ยวกับอุณหภูมิของน้ำด้วย คือว่าถ้าน้ำโดนแดดมากเกินไปอุณหภูมิก็จะสูง
ซึ่งถ้าสูงมากมันก็จะไม่ดีกับปลารันชู เพราะโดยปกติปลารับชูจะชอบอุณหภูมิประมาณ 25-28 ไม่เกิน 30 องศา เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่ถ้าปลาไม่โดนแดดเลยปลาก็สีสรรคด้อยลงไปบ้าง
ถาม : ลักษณะ เด่น ด้อย ของ ranchu
ตอบ : ลักษณะเด่นของมันจะโชว์อยู่ใน 3 ส่วน ไม่ใช่ส่วนหัว ก็ลำตัว และก็ส่วนหาง ส่วนหัวเช่นจุดเด่นของมันก็คือวุ้นถ้าเป็นปลาที่มีเขี้ยว
สวยงาม เขี้ยวใหญ่ๆ เขี้ยวโตๆ มันก็จะเป็นจุดเด่น ลำตัวถ้ามีลักษณะที่หนา ล้ำ ก็จะดูลักษณะปลาที่ดูดี หรือโดยเพาะหางถือ
เป็นจุดที่ยากที่สุดในการเพาะรันชูออกมาให้มีหางสวย ใบหางที่สวยก็จะต้องมีลักษณะคล้ายๆ กับร่มคือไม่ใช่กางอย่างเดียว
จะต้องกางแล้วงุ้มลงไปนะครับ แล้วก็จะมีทั้งความแข็งและความอ่อนในตัวคืออาจจะเป็นช่วงก้านหางที่แข็งบางแต่ช่วงปลายหาง
อาจจะอ่อน ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้ปลาเวลาว่ายมันจะมีความนุ่นนวลนะครับ คือไม่ใช่หางแข็งทั้งใบหรืออ่อนลู่ทั้งหาง ซึ่งตรงนี้เราก็คงต้องดู แต่ท้ายทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อดูจุดเด่นเป็นแต่ละจุดละจุดแล้วมันก็ต้องดูภาพรวมถ้าวุ้นสวยหางลู่มัน
ก็ถือว่าไม่เด่นหรือหางสวนแต่ไม่มีวุ้นเลยมันก็ไม่เด่นเพราะฉะนั้นมันก็ต้องดูภาพรวมทั้งหมดทั้งตัว
ถาม : เทคนิคการเลี้ยงปลาให้โต และสวย
ตอบ : ก็อย่างที่บอกคือการดูแลปลาเป็นหลัก การดูแลก็คือเอาใจใส่ในเรื่องของ ขนาดพื้นที่ของการเลี้ยงนะครับให้เขาอยู่สบายๆ เรื่องสภาพน้ำ แล้วก็เรื่องของอาหาร 3 ส่วนมันเป็นองค์ประกอบที่ต้องทำให้สมดุลกัน ถ้าเราดูแลเรื่องสภาพน้ำให้ดี อาหารให้ดี ความหนาแน่นของปลาได้ ปลาก็จะแข็งแรงเมื่อปลาแข็งแรงมันก็จะเติบโตและจะแสดงความสวยออกมาเอง
ถาม : ซื้อปลาที่สวนกับซื้อปลาที่ฟาร์มแตกต่างกันอย่างไร และมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างครับ
ตอบ : ก็อย่างนี้นะครับ ปลาที่นำมารวมกันที่ขายตามตลาดก็ดี ข้อดีก็คือว่าเราได้เห็นปลาที่หลากหลายมันมาจากหลายที่นะครับมา
อยู่ที่เดียวกันเราก็สามารถเลือกง่าย แต่ข้อเสียก็คือปลาที่มารวมกันอยู่ก็อาจจะเป็นแหล่งที่รวมโรคเพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีความมั่นใจ
ว่าเวลาเราซื้อปลามาแล้วเราก็ต้องมีการกักโรคที่ดีด้วย ส่วนปลาที่ฟาร์มมันก็มีข้อดีที่ว่าเราจะได้ปลาที่แข็งแรง ส่วนใหญ่แล้วแต่ละฟาร์มจะไม่มีปลาอื่นเข้าไปปะปนเพราะฉะนั้นปลาเขาก็จะแข็งแรงแล้วเราก็จะได้เห็นปลาที่ดีทั้งหมดทั้งฟาร์มเราก็จะ
สามารถเลือกได้ว่าตัวที่ดีที่สุดแต่ถ้าว่าไปตามสวนหรือว่าตามตลาดเขาอาจจะคัดปลาบางส่วนซึ่งอาจจะไม่ได้ปลาที่ดีที่สุดไป
ถาม : ranchu มีการคัดเกรดอย่างไรบ้างครับ
ตอบ : การแบ่งเกรดมันขึ้นอยู่กับหลักของคนเลี้ยงเป็นหลักนะ ไม่คงไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวว่า เกรด C B A หรือเกรดโชว์คลาส แต่ส่วนใหญ่ถ้าจะแบ่งไปก็คือว่า 1 เราเลี้ยงเล่นถ้าเลี้ยงเล่นเราก็ไม่ต้องเน้นในการคัดเลือกมากเราก็เพียงแต่ดูว่าเป็นปลารันชู ตรงตามลักษณะ และเราชอบอันนี้เราก็เลี้ยงได้ เลี้ยงเล่น หรืออันที่ 2 เลี้ยงดีขึ้นมาหน่อยเราก็ต้องมีการ
คัดเลือกที่ดีหน่อยเพื่อในอนาคตเราเก็บไว้เพื่อส่งประกวด เพราะฉะนั้นถ้าจะเลี้ยงเพื่อส่งประกวดก็ต้องมีการคัดอย่างละเอียดยิ่งขึ้นนะครับ ซึ่งปลาที่เราคัดมันก็จะต่างกัน เพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลี้ยงแบบไหน หรือบางทีปลาที่เราคัดไว้อาจจะไม่
ดีเราชอบ อันนี้ก็สามารถเลี้ยงได้นะครับ หรืออีกอันหนึ่งก็คือคัดไว้สำหรับเป็นพ่อ-แม่พันธุ์คือเราอาจจะดูว่าลักษณะเด่นอะไรที่มัน
จะถ่ายทอดออกมา ใบหางหรือว่าหน้าหรือลำตัว หรือว่าหางอาจจะมีพับบ้างก็ไม่เป็นไรเราก็อาจจะคัดเก็บไว้
ถาม : วิธีเลี้ยงปลาในช่วงหน้าหนาว มีเคล็ดลับอย่างไรบ้างครับ
ตอบ : การเลี้ยงปลาในหน้าหนาว ในเมื่ออากาศเย็นปลาเป็นสัตว์เลือดเย็นกิจกรรมจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิสูง ปลาก็จะกินเก่ง เคลื่อนไหวเยอะเพราะฉะนั้นการให้อาหารหรือว่าการถ่ายน้ำอะไรต่างๆเราก็ต้องดูกิจกรรมตรงนั้นด้วย ไม่ใช่ว่าเราเคยให้อาหาร 100 % พออากาศเย็นหน้าหนาวเราก็ยังให้ 100 % อยู่ อย่างนี้ปลาก็ไม่กิน หรือกินไปมันก็ไม่ย่อย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องลดปริมาณอาหารลง หรือหน้าร้อนเราอาจจะเคยถ่ายน้ำ 3 วันครั้ง ก็อาจจะลดลงเหลือ 2 วันครั้ง หรือถ้าหน้าหนาวเคย 3 วันครั้ง ก็อาจจะยืดเป็น 5 วันครั้งก็ได้เพื่อไม่ให้ปลาปรับสภาพมาก
สำหรับบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ทาง ปลาทองดอทเน็ต ต้องขอขอบพระคุณ พี่ณัฐวุติ เป็นอย่างสูงนะครับ
ที่ให้ทางเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่บ้านครั้งนี้